แถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์มคอรัปชั่น ฟ้องดู (Corruption Fondue)

activities • 28 May 2025 • สถาบัน: FKii

← Back
FKII Thailand เปิดตัวแพลตฟอร์ม “คอรัปชั่น ฟ้องดู
ประกาศสงครามต้านคอรัปชั่นทุกรูปแบบด้วยเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร
28 พฤษภาคม 2568 นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand ร่วมกับ นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และผู้อำนวยการสถาบัน FKII Thailand พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร จัดงานเสวนาและแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์มคอรัปชั่น ฟ้องดู (Corruption Fondue) ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก Traffy Fondue ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งเบาะแสเรื่องการคอรัปชั่นในทุกรูปแบบที่หยั่งรากลึกลงในสังคมไทย ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศทั้งด้านทางเศรษฐกิจและสังคม
 
นายอลงกรณ์ เปิดเผยว่า “สถานการณ์การคอรัปชั่นของประเทศไทยสะท้อนออกมาในรูปแบบของการจัดอันดับของประเทศ ได้แก่ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลกจาก 180 ประเทศ ซึ่งหล่นจากอันดับ 4 เป็นอันดับที่ 5 ของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยได้คะแนนต่ำสุดในรอบ 13 ปี (ปี 2555-2567) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของโลกมาโดยตลอด ดังนั้น FKII Thailand จึงมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้แจ้งเบาะแสให้ง่ายที่สุด ผ่านกระบวนการพิจารณาและกลั่นกรองที่รวดเร็วที่สุด และคาดว่าจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมจากเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน”
 
นายชยดิฐ เปิดเผยว่า “ประเทศไทยมีจุดแข็งด้าน 3F และ 2H ได้แก่ Forest, Farm, Food และ Health, Hospitality ที่ทำให้ประเทศไทยอยู่รอดจากทุกวิกฤตมาได้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสถาบันทิวา และ FKII Thailand มองว่ายุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นเรือธงในการผลักดันให้ประเทศอยู่รอดได้ในเวทีการค้าโลกคือการนำจุดแข็งมาพัฒนา สร้างนวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยแนวทาง ร่วมมือ ร่วมค้า ร่วมทุน ทั้งนี้ เรื่องคอรัปชั่นในประเทศไทย มองว่า ชาติล้มเหลว คือ ประชาชนเป็นทาสเงิน นักการเมืองแยกแยะดีชั่วไม่เป็น ข้าราชการไม่ทำงานรับใช้ประชาชน แต่รับใช้และร่วมมือนักการเมืองในการช่อราษฎร์บังหลวง”
 
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ ให้ความเห็นว่า “คอรัปชั่นเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ปัจจัย ได้แก่ คน ระบบ และบริบท ซึ่งคนที่ดีคือคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยขน์ส่วนตน ขณะที่คนชั่วเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ระบบที่ดีคือระบบที่ทำให้คนคนชั่วทำดีโดยไม่รู้ตัว และเสนอให้นำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการปราบปรามคอรัปชั่น”
 
ดร.มานะ กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ การพูดว่าจะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เสมือนเป็นการพูดใส่กำแพง กล่าวคือพูดให้ตัวเองได้ยิน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย ที่ผ่านมาพบว่าแต่ละปีมีการโครงการก่อสร้างของภาครัฐรวมกันสูงมากถึง 1.7 ล้านล้านบาท และหากมีการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะจากโครงการแค่ 10-20% นั่นก็หมายความว่าประเทศจะสูญเสียเงินไปราวๆ 1.7 – 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินที่สูงมาก เฉพาะหน่วยงานในสังกัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นพบว่า การทำหน้าที่ของ อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด มีโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่ รวมกันมากถึง 3 แสนล้านบาท แต่กลายเป็นว่า 63% เป็นการซ่อมแซมถนนที่ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งไม่ก่อประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด มันสะท้อนว่าที่ผ่านมาภาครัฐไม่ได้ใส่ใจต่อการต่อต้านปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นแต่อย่างใด แต่จากนี้ การมีเทคโนโลยี ฟ้องดู แม้จะช่วยให้การตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น แต่จำเป็นจะต้องสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน รวมถึงนักวิชาการ และสื่อมวลชน เพื่อให้เครือข่ายทุกภาคส่วนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงข้อมูลและทำหน้าฟ้องประชาชนไปด้วย”
 
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า “การจัดตั้งองค์กรตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น นับแต่ที่มี สตง., ต่อมาก็มี ป.ป.ป., ปปท., ดีเอสไอ และ ปปง. ทั้งหมดสะท้อนว่าปัญหาวิกฤติด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ยังคงเติบโตและขยายตัวไปอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ “อดีตผู้ว่าการ สตง.” มีหลายคนถามตนว่า “ทำไม ตึก สตง. ถึงถล่ม” คำตอบง่าย ๆ คือ เพราะเป็น “ของหลวง” แต่หากเป็นตึกของภาคเอกชน ก็จะมีกระบวนการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ และขั้นตอนการก่อสร้างที่ดีพอ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตึกของเอกชนจึงไม่ถล่มพังลงมา ส่วนตัวเคยคิดว่าการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ยาก แต่หลังจากที่มีแอปพลิเคชั่น “Corruption Foundue” แล้ว เชื่อว่าปัญหานี้จะลดลงตามมา”
 
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้คิดค้นแอปพลิเคชั่น “Traffy Foundue” ก่อนจะขยายผลและเชื่อมโยงไปสู่แอปพลิเคชั่น “Corruption Foundue” กล่าวว่า แนวคิดของการแอปพลิเคชั่นแจ้งเบาะแสหรือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นคือต้องทำ (ใช้งาน) ได้ง่าย และเห็นความก้าวหน้า ที่สำคัญผู้แจ้งเบาะแสจะต้องปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้กระบวนการทำงานในการตรวจสอบและป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้รับการแจ้งเบาะแสและผ่านการตรวจสอบแล้วจะถูกใช้และขยายผลเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป
 
พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ ระบุว่า ภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ พร้อมจะเข้าร่วมเป็นภาคีต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของ สถาบัน FKII Thailand เพราะไม่ต้องการเห็นการเติบโตของปัญหาดังกล่าว นำไปสู่ความร่วมมือในการสร้างสังคม “ธรรมภิบาล” ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
 
ขณะที่ ดร.เอก์ เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ครั้งหนึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เคยกล่าวปาฐกถาในงานเสวนาของสมาคมฯ ถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นว่าเป็นเสมือน “การปล้นชาติ” จำเป็นจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่ “ต้นน้ำ” นั่นจึงเป็นที่มาทำให้ สมาคมฯมุ่งเน้นไปที่สร้างเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ในระดับอุดมศึกษา โดยรวมมือกับมหวิทยาลัยทั่วประเทศ ซึ่งการเกิดขึ้นของ แอปพลิเคชั่น “Corruption Foundue” จะช่วยทำให้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างเข้มข้นและเข้มแข็ง และทำให้การขับเคลื่อนเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเกาะป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อีกทางหนึ่ง
 
นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า “ในนามของผู้แทนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เห็นด้วยกับการที่ปฏิเสธและต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นที่เป็นอุปสรรคและต้นทุนแฝงในการประกอบธุรกิจทุกรูปแบบ และหวังว่าประเทศไทยจะปลอดจากการคอรัปชั่นในเร็ววัน”
 
พร้อมกันนี้ มีผู้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอรัปชั่น ได้แก่ ดร.โรจนศักดิ แสงธศิริวิไล นายกสมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ และนายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ ประธานมูลนิธิยุวไทยสากล และนายกสมาคมธุรกิจไม้
ในงานดังกล่าว ได้เชิญ ศาสตรจารย์ (พิเศษ) ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และอดีตประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และนายราม คุรุวาณิชย์ เจ้าของช่อง 1 Minute with Rahm ร่วมแสดงความเห็นด้านการคอรัปชั่นในประเทศไทย
 
นอกจากนี้ นายวรวุฒิ ชิระนุรังสี ผู้จัดการสถาบัน FKII Thailand ได้บรรยายแนะนำวิธีการใช้งานแพลตฟอร์มคอรัปชั่น ฟ้องดู (Corruption Fondue) และกระบวนการทำงานของแพลตฟอร์มที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ แล้วส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามอย่างเข้มข้น ให้นักข่าวและผู้ที่เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้งานไปพร้อม ๆ กัน
แพลตฟอร์มคอรัปชั่น ฟ้องดู จะเข้ามาเป็นอีกแนวรบสำคัญที่จะเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนด้านการทุจริตคอรัปชั่น และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป