TVA Institute ร่วมกับ FKII ผนึกกำลังผู้นำความคิด จัดเวทีระดับชาติ “2569 ปีแห่งความท้าทายอนาคตประเทศไทย” ชี้ทางรอดเศรษฐกิจและจุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อยกระดับศักยภาพชาติในทศวรรษหน้า

12 มกราคม 2569 สถาบันทิวา (TVA Institute) โดย นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ร่วมกับ สถาบัน FKII Thailand สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และหอการค้าไทย จัดงานเสวนาครั้งสำคัญ FKII National Forum: “2569 ปีแห่งความท้าทายอนาคตประเทศไทย” ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา ทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมวิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นปีแห่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างขนานใหญ่เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตโลก

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นำเสนอในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2569: ทางรอด ท่ามกลางความท้าทายใหม่” โดยระบุว่าอัตราการเติบโตของไทยกำลังล้าหลังเพื่อนบ้านในเอเชีย โดยคาดการณ์ GDP ปี 2569 อยู่ที่เพียงร้อยละ 1.6 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหารากลึก ทั้งสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดต่ำ คุณภาพการศึกษา และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ

ทางรอด: ไทยต้องปรับสู่โมเดลการเติบโตใหม่ด้วยแนวคิด "ลีน" (Lean) ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด
แนวทางแก้ไข: ต้องเร่งปรับโครงสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ รวมถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้งานจริงเพื่อเพิ่มผลิตภาพ
#ภาคธุรกิจไทยกับมรสุม "Perfect Storm"
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย สะท้อนมุมมองในหัวข้อ “ความท้าทายเศรษฐกิจไทยกับปี 2569” ว่าไทยกำลังเผชิญกับภาวะ Perfect Storm ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการถูกดิสรัปด้วยเทคโนโลยี

วิกฤตเร่งด่วน: ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ความเหลื่อมล้ำ และเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ เป็นปัจจัยฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขัน
ข้อเสนอแนะ: ภาครัฐต้องทำงานเชิงรุก มีความโปร่งใส ปราศจากคอร์รัปชัน และพร้อมตัดสินใจบนฐานข้อมูลความจริงเพื่อร่วมแก้ปัญหากับภาคเอกชนอย่างรวดเร็ว
#โมเดลเศรษฐกิจใหม่: จากแนวคิดสู่การลงมือทำ
นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา นำเสนอโมเดลการพัฒนาผ่านหัวข้อ “โมเดลเศรษฐกิจใหม่: จากแนวคิดสู่การลงมือทำ” โดยเน้นย้ำบทบาทของสถาบัน FKII Thailand ในการเป็นแหล่งบูรณาการความรู้และนวัตกรรม

อุตสาหกรรมเป้าหมาย: มุ่งเน้นไปที่ศักยภาพหลักของไทย (Thailand Core Competency) ได้แก่ กลุ่ม 3F (Forest, Farm, Food) และ 3H (Health, Hospitality, Happiness)
กลยุทธ์ขับเคลื่อน: ให้ความสำคัญกับ 5 ด้านหลัก คือ ป่าไม้และฟาร์ม, ความปลอดภัยทางอาหาร, การมีอายุยืน (Longevity), การดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และการใช้นวัตกรรม AI
#2569: ปีแห่งจุดเปลี่ยนและภารกิจยกเครื่องประเทศ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand กล่าวสรุปในหัวข้อ “ก้าวใหม่ประเทศไทย: 2569 ปีแห่งจุดเปลี่ยน” ว่าปี 2569 คือ "โอกาสสุดท้าย" ในการปรับโครงสร้างประเทศ (National Restructuring) ก่อนจะสายเกินแก้ โดยตั้งเป้าหมายนำไทยสู่ประเทศชั้นนำภายในทศวรรษหน้า

5 มิติการปฏิรูป:
มิติที่ 1 ปฏิรูปรัฐราชการ: มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล 100% และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
มิติที่ 2 เศรษฐกิจใหม่: ตั้งเป้า GDP โตเฉลี่ยร้อยละ 5 ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล สีเขียว และสีเงิน
มิติที่ 3 การคลังและสวัสดิการ: ปฏิรูปภาษีและเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดสูงสุด 3,000 บาท
มิติที่ 4 การศึกษาและทักษะ: ยกระดับคะแนน PISA สู่ Top 40 ของโลก และลดเด็กหลุดระบบให้เป็นศูนย์
มิติที่ 5 สังคมเท่าเทียม: ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดผูกขาด และกำจัดทุจริตอย่างจริงจัง





งานเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นเสียงสะท้อนสำคัญจากทุกภาคส่วนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนผ่านจากการ "กระตุ้น" ระยะสั้น ไปสู่การ "ปรับโครงสร้าง" เพื่อสร้าง "งานดี" และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยทุกคน


